นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักเมียนมามอบของที่ระลึกให้ พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย
- Hits: 433
การแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่โรงยิมเนเซียม โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี หลังชิงชัยวันแรกทีมไทยทำผลงานยอดเยี่ยม คว้าไป 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ล่าสุด วันที่ 14 ธันวาคม 2568 ชิงชัยวันที่สอง ผลมีดังนี้
รุ่น 65 กิโลกรัม ชาย มีชิงชัยรวม 7 คน ทีมไทยส่ง นายปัฐษพงษ์ ทองสุก ลงแข่งขัน ท่าสแนตช์ ครั้งแรกเรียกเหล็ก 130 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน ก่อนออกมาแก้ตัวสำเร็จที่น้ำเดิมในการยกครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ยกผ่านที่ 134 กิโลกรัม จบท่าสแนทช์หนุ่มไทย รั้งอันดับ 3 ก่อนที่ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก จะงัดฟอร์มเก่ง ยกผ่านรวดทั้งหมด 168, 171, 173 กิโลกรัม ตามลำดับ พร้อมขยับน้ำหนักรวมไปอยู่ที่ 307 กิโลกรัม แซงคว้าเหรียญทอง ไปครอง นับเป็นเหรียญทองที่ 3 ของทีมจอมพลังไทย
ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ มูฮัมหมัด อาซ์นิล บิดิน จากมาเลเซีย 306 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 133 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 173 กิโลกรัม) และ เหรียญทองแดง เอโค ยูลิ อิราวาน 304 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 138 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 166 กิโลกรัม)
หลังจบการแข่งขัน ปัฐษพงษ์ เปิดเผยว่า ตนลงแข่งขันซีเกมส์เป็นครั้งแรก ยอมรับว่ารู้สึกกดดัน เพราะตนอายุ 20 ปี แต่ต้องมาแข่งขันกับรุ่นใหญ่ ถือว่าเป็นผลงานที่เกินเป้าหมาย หลังจากนี้จะตั้งใจฝึกซ้อมต่อไป เพื่อเป้าหมายเข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ในอนาคต

รุ่น 58 กิโลกรัม หญิง มีนักกีฬาลงแข่งขัน 6 คน ทีมไทยส่ง นางสาวสุรัสวดี ยอดสาร ลุ้นเหรียญรางวัล ท่าสแนทช์ ครั้งแรกยกผ่านที่ 93 กิโลกรัม, ครั้งที่ 2 เรียกเหล็ก 95 กิโลกรัม แต่ยกไม่ผ่าน จากนั้นครั้งที่ 3 เพิ่มน้ำหนักเหล็กเป็น 96 กิโลกรัม ยกผ่านไปได้/ ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก สาวไทยโชว์แกร่ง 2 ครั้งแรกยกผ่านที่ 123 และ 128 กิโลกรัม การันตีเหรียญทองแน่นอน ต่อมาครั้งที่ 3 เรียกเหล็ก 133 กิโลกรัม หวังทำลายสถิติมาตรฐานโลกท่าคลีนแอนด์เจิร์กที่วางไว้ 132 กิโลกรัม แต่ยกไม่ผ่าน ทำให้สถิติรวมมี 224 กิโลกรัม หยิบเหรียญทองที่ 4 ให้ทีมจอมพลังไทย
ส่วนเหรียญเงินเป็นของ นาตาสยา เบเตยอบ จากอินโดนีเซีย 218 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 98 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 120 กิโลกรัม) และ เหรียญทองแดง ธิ ธัม ควง จากเวียดนาม 215 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 96 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 119 กิโลกรัม)
ภายหลังการแข่งขัน สุรัสวดี กล่าวว่า ดีใจที่แก้ตัวสำเร็จหลังจากทำผลงานไม่ดีในการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก เมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา แม้จะพลาดไม่สามารถทำลายสถิติโลกได้ก็ไม่เป็นไร จะกลับไปฝึกซ้อมให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อเตรียมตัวลงแข่งขันรายการระดับนานาชาติในปีหน้า

รุ่น 71 กิโลกรัม ชาย มีนักกีฬาแข่งขัน 5 คน ทีมไทยส่ง “เวฟ” จ่าอากาศตรี วีรพล วิชุมา เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ “ปารีส 2024” ขึ้นเวที ท่าสแนทช์ วีรพล เรียกเหล็กมากที่สุด ออกมายกเป็นคนสุดท้าย โชว์ฟอร์มสมราคา ยกผ่านไปแบบสบายๆ ทั้ง 3 ครั้ง 142, 147 และ 152 กิโลกรัม ตามลำดับ/ ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก วีรพล ยังโชว์ฟอร์มสุดเหนือชั้น ครั้งแรกยกผ่านที่ 185 กิโลกรัม, ครั้งที่ 2 เพิ่มน้ำหนักรวดเดียว 10 กิโลกรัม ยกผ่านที่ 195 กิโลกรัม พร้อมทำลายสถิติโลกท่าคลีนแอนด์เจิร์กของตัวเองที่เคยทำไว้ 194 กิโลกรัม เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ในการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก โดย วีรพล ไม่ได้ออกมายกครั้งที่ 3 ทำให้สถิติรวมอยู่ที่ 347 กิโลกรัม คว้าเหรียญทองไปครอง พร้อมทำลายสถิติโลกน้ำหนักรวมของตัวเองที่เคยทำไว้ 346 กิโลกรัม เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ในการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลกด้วย
ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ อัลเบิร์ต เอียน เดลอส ซานโตส จากฟิลิปปินส์ 324 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 138 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 186 กิโลกรัม)/ เหรียญทองแดง ดุค ตอน เหงียน จากเวียดนาม 305 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 135 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 170 กิโลกรัม)
ภายหลังการแข่งขัน “เวฟ” วีรพล เปิดเผยว่า ดีใจมากที่ได้ลงแข่งขันซีเกมส์ เพราะเป็นรายการเดียวที่ยังไม่เคยลงชิงชัยมาก่อนเลย พอใจสถิติที่ทำได้และยังทำลายสถิติโลกด้วย ซึ่งตอนซ้อมก็ได้ประมาณนี้ คิดว่าในอีกไม่นานจะยกท่าคลีนแอนด์เจิร์กได้ทะลุ 200 กิโลกรัมแน่นอน ในอนาคตมุ่งเป้าไปที่เอเชียนเกมส์ 2026 ในปีหน้า ที่ญี่ปุ่น และโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่สหรัฐอเมริกา

สรุปผลงานจอมพลังไทยลงแข่งขันไปแล้ว 6 รุ่น คว้ามาได้ 5 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน
สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของจอมพลังทีมชาติไทยคนอื่นๆ มีดังนี้ วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. รุ่น 63 กิโลกรัม หญิง นางสาวธนพร แซ่เตีย/ เวลา 15.00 น. รุ่น 79 กิโลกรัม ชาย จ่าเอก ณัฐวุฒิ สืบสวน และ เวลา 17.00 น. รุ่น 69 กิโลกรัม หญิง นางสาวภัทรธิดา วงษ์สิงห์
วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. รุ่น 88 กิโลกรัม ชาย นายวรพรต นาสุริวงศ์ และ เวลา 17.00 น. รุ่น 94 กิโลกรัม ชาย นายศรัท สุมประดิษฐ
วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. รุ่น 77 กิโลกรัม หญิง นางสาวชลิดา เที่ยงดี และ รุ่นมากกว่า 77 กิโลกรัม หญิง นางสาวดวงอักษร ใจดี / เวลา 15.00 น. รุ่นมากกว่า 94 กิโลกรัมชาย นายรุ่งสุริยา โยธะพล
วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568
พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ ประธานกรรมการที่ปรึกษา โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปเป็นประธานมอบเหรียญรางวัลนักกีฬายกน้ำหนัก ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ณ โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
ในวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568 นักกีฬาไทยโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในการแข่งขัน โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้ถึง 3 รุ่น
🥈 นางสาวธรรญธร สุขข์เจริญ - เหรียญเงิน รุ่น 48 กิโลกรัมหญิง
🥇 สิบตรีหญิง สุรจนา คำเบ้า - เหรียญทอง รุ่น 53 กิโลกรัมหญิง
🥇 จ่าตรีธีรพงศ์ ศิลาชัย - เหรียญทอง รุ่น 60 กิโลกรัมชาย พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ ทำลายสถิติโลกด้วยน้ำหนักรวม 304 กิโลกรัม
การแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่โรงยิมเนเซียม โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี ประเดิมชิงชัยวันแรก วันที่ 13 ธันวาคม 2568 ทั้งหมด 3 รุ่น ปรากฏว่าทีมไทยประเดิมสวยคว้ามาได้ 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ผลมีดังนี้
รุ่น 60 กิโลกรัม ชาย แข่งขันรวม 6 คน ทีมไทยส่ง “ฟ่าง” จ่าตรี ธีรพงศ์ ศิลาชัย เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ “ปารีส 2024“ ลงชิงชัย โดยท่าสแนทช์ ยกผ่าน 3 ครั้งรวด 126 กิโลกรัม, 129 กิโลกรัม, 131 กิโลกรัม ตามลำดับ/ ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ธีรพงศ์ ออกมายกด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนกีฬาชาวไทย ครั้งแรกยกผ่านที่ 162 กิโลกรัม, ครั้งที่ 2 ยกผ่านที่ 165 กิโลกรัม จากนั้นครั้งที่ 3 เรียกเหล็ก 173 กิโลกรัม ยกผ่านสำเร็จ พร้อมทุบสถิติโลกที่วางมาตรฐานไว้ 172 กิโลกรัม ไปแบบสะใจกองเชียร์ รวมทั้งขยับน้ำหนักรวมไปอยู่ที่ 304 กิโลกรัม ผงาดคว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพจอมพลังไทย

ส่วนเหรียญเงินเป็นของ ริคโก ซาปุตรา จากอินโดนีเซีย 295 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 132 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 163 กิโลกรัม) และ เหรียญทองแดง เดือง เค จากเวียดนาม 289 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 125 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 164 กิโลกรัม)
หลังการแข่งขัน ธีรพงศ์ กล่าวว่า ตนตั้งใจฝึกซ้อมมาเพื่อคว้าเหรียญทองครั้งนี้ให้ได้ ดีใจที่ทำได้ตามเป้าหมาย ส่วนท่าคลีนแอนด์เจิร์กที่ทำลายสถิติโลกตอนยกรู้สึกว่าเหล็กยังเบาอยู่คิดว่าน่าจะยกได้อีกประมาณ 175-176 กิโลกรัม หลังจากนี้จะกลับไปตั้งใจฝึกซ้อม เพื่อลุ้นเหรียญทองเอเชียนเกมส์ในปีหน้า ที่ประเทศญี่ปุ่น
ในการนี้ พลตรีหญิง ท่านผู้หญิง อรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ ประธานกรรมการที่ปรึกษาโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานมอบเหรียญรางวัลในรุ่นนี้ด้วย
รุ่น 53 กิโลกรัม หญิง มีชิงชัย 8 คน ทีมไทยส่ง “ออย” สิบตรีหญิง สุรจนา คำเบ้า เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเมส์ ”ปารีส 2024“ ลุ้นเหรียญรางวัล โดยท่าสแนทช์ สุรจนา ยกผ่านรวด 84, 87 และ 89 กิโลกรัม/ ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก สุรจนา ยกผ่านรวด สถิติ 107, 110, 115 กิโลกรัม ทำให้น้ำหนักรวมมี 204 กิโลกรัม คว้าเหรียญทองที่ 2 ให้ทีมจอมพลังไทย

ส่วน เหรียญเงินเป็นของ ฮอย เฮือง เหงียน จากเวียดนาม 197 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 88 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 109 กิโลกรัม) และ เหรียญทองแดง ยาร์ นอว์ ตา โบ จากเมียนมา 191 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 81 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 110 กิโลกรัม)
หลังจบการแข่งขัน สุรจนา กล่าวว่า พอใจกับสถิติมาก แม้จะผ่านเวทีโอลิมปิกเกมส์มาแล้ว แต่ยอมรับว่ารู้สึกกดดันเพราะลงแข่งขันในประเทศไทย ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด ต้องตั้งสมาธิให้นิ่ง หลังจากนี้จะกลับไปฝึกซ้อมให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อเตรียมตัวลงแข่งขันในรายการต่อๆ ไป
ในการนี้ พลตรีหญิง ท่านผู้หญิง อรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ ประธานกรรมการที่ปรึกษาโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานมอบเหรียญรางวัลในรุ่นนี้ด้วย
รุ่น 48 กิโลกรัมหญิง ทีมไทยส่ง “อาร์ม” ธรรญธร สุขข์เจริญ ดีกรี 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง รายการชิงชนะเลิศแห่งโลก เมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ขึ้นเวทีรุ่น 48 กิโลกรัม หญิง มีจอมพลังชิงชัย 6 คน (มอบเหรียญรางวัลเฉพาะน้ำหนักรวม) ปรากฏว่า ท่าสแนทช์ ธรรญธร เรียกเหล็ก 77, 80, 83 กิโลกรัม ยกผ่านรวดทั้ง 3 ครั้ง สถิติอยู่ที่ 83 กิโลกรัม/ ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ธรรญธร ครัั้งแรกยกผ่านที่ 98 กิโลกรัม, ครั้งที่ 2 ยกผ่านที่ 100 กิโลกรัม, ครั้งที่ 3 เรียกเหล็ก 102 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน ทำให้สถิติอยู่ที่ 100 กิโลกรัม ขยับน้ำหนักรวมไปอยู่ที่ 183 กิโลกรัม คว้าเหรียญเงินให้ทีมจอมพลังไทย

ส่วนเหรียญทองเป็นของ ลูลัค เดียนา ตรี วิจายานา จากอินโดนีเซีย 184 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 84 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 100 กิโลกรัม), เหรียญทองแดง ธิ ธู ตรัง เหงียน จากเวียดนาม 181 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 83 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 98 กิโลกรัม)
หลังจบการแข่งขัน ธรรญธร หลั่งน้ำตาพร้อมกับเปิดเผยว่า ตนมีอาการบาดเจ็บหัวเข่าตั้งแต่หลังจบการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งโลก เมื่อเดือนตุลาคม ทำให้ไม่ได้ฝึกซ้อมเลย ทำได้แค่เพียงรักษาอาการบาดเจ็บ เพิ่งจะมาเริ่มฝึกซ้อมก่อนแข่งขันเพียงแค่ 2 สัปดาห์สุดท้ายเท่านั้น รู้สึกเสียใจหากยกท่าคลีนแอนด์เจิร์กครั้งสุดท้ายผ่านก็จะได้เหรียญทองแล้ว และจากการแข่งขันครั้งนี้ยอมรับว่าอาการบาดเจ็บน่าจะมีมากขึ้น หลังจากนี้จะกลับไปรักษาสภาพร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์ เพื่อกลับมาสู้ต่อในรายการต่อไป
สรุปผลงานทีมจอมพลังไทยเปิดฉากอย่างสวยงามลงแข่งขัน 3 รุ่น คว้ามาได้ 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน
สำหรับโปรแกรมแข่งขันวันอื่นๆ มีดังนี้ วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. รุ่น 65 กิโลกรัม ชาย นายปัฐษพงษ์ ทองสุก/ เวลา 15.00 น. รุ่น 58 กิโลกรัม หญิง นางสาวสุรัสวดี ยอดสาร/ เวลา 17.00 น. รุ่น 71 กิโลกรัม ชาย “เวฟ” จ่าอากาศตรี วีรพล วิชุมา เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก 2024
วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. รุ่น 63 กิโลกรัม หญิง นางสาวธนพร แซ่เตีย/ เวลา 15.00 น. รุ่น 79 กิโลกรัม ชาย จ่าเอก ณัฐวุฒิ สืบสวน และ เวลา 17.00 น. รุ่น 69 กิโลกรัม หญิง นางสาวภัทรธิดา วงษ์สิงห์
วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. รุ่น 88 กิโลกรัม ชาย นายวรพรต นาสุริวงศ์ และ เวลา 17.00 น. รุ่น 94 กิโลกรัม ชาย นายศรัท สุมประดิษฐ
วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. รุ่น 77 กิโลกรัม หญิง นางสาวชลิดา เที่ยงดี และ รุ่นมากกว่า 77 กิโลกรัม หญิง นางสาวดวงอักษร ใจดี / เวลา 15.00 น. รุ่นมากกว่า 94 กิโลกรัมชาย นายรุ่งสุริยา โยธะพล